ตะกร้าสินค้า

คุณสามารถปรับเปลี่ยนจำนวนสินค้าจากรายการด้านล่างได้

สินค้า ราคา จำนวน ราคารวม
ไม่มีรายการสินค้าที่เลือกไว้

ISBN978-974-02-1389-5
ปกหนังสืออ่อน
กระดาษกระดาษจริงใจ 70 แกรม
จำนวนหน้า336 หน้า
น้ำหนัก420.00 กรัม
กว้าง14.20 ซม.
สูง21.40 ซม.
หนา2.00 ซม.
พิมพ์ครั้งที่พิมพ์ครั้งแรก : สำนักพิมพ์มติชน, มีนาคม 2558
สำนักพิมพ์สำนักพิมพ์มติชน

โมงยามไม่ผันแปร

ผู้เขียน : นิธิ เอียวศรีวงศ์


รวมบทความทางการเมืองโดยนักคิดนักวิชาการคนสำคัญ อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ เพื่อให้ผู้อ่านได้ร่วมสำรวจตรวจสอบ ทบทวนความคิดของตนเองและสังคม โดยอาศัยการอ้างอิงเหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ ผลงานของนักวิชาการไทยและต่างประเทศ รวมถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของกลุ่มคนที่หลากหลาย

รวมบทความทางการเมืองโดยนักคิดนักวิชาการคนสำคัญ อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ เพื่อให้ผู้อ่านได้ร่วมสำรวจตรวจสอบ ทบทวนความคิดของตนเองและสังคม โดยอาศัยการอ้างอิงเหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ ผลงานของนักวิชาการไทยและต่างประเทศ รวมถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของกลุ่มคนที่หลากหลาย

หนังสือเล่มนี้แบ่งเป็น 3 หัวเรื่องใหญ่ : เผด็จการกับประชาธิปไตย เป็นการมองสถานการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมาและที่เป็นอยู่ ซึ่งทำให้เราไม่ “สิ้นหวัง” จนเกินไปนัก  มวลชน กระฎุมพี และอื่นๆ ที่ไม่ถูกนิยาม ถูกมองเป็นเรื่องรองของสังคมไทยเสมอ เพราะสงครามชนชั้นเป็นเรื่องที่ยังไม่มีทางออก แต่เวลานี้ “สังคมอุปถัมภ์” อาจไม่เป็นคำตอบสุดท้ายอีกแล้ว  ส่วนหัวเรื่อง วัฒนธรรมและการเมือง เป็นฐานทางงานเขียนและงานวิชาการของนิธิที่ได้รับการกล่าวถึง แม้วัฒนธรรมและการเมืองจะไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่ก็แยกขาดจากกันไม่ได้ กลับอยู่ในระดับชีวิตประจำวันและส่งผลซึ่งกันและกัน เช่น ประเด็นชนบทนิยม ชาตินิยม คอร์รัปชั่น ฯลฯ นอกจากนี้ยังส่งท้ายด้วย 2 บทความพิเศษที่ทำให้หนังสือเล่มนี้ครบรสทุกแง่มุม คือปาฐกถาจากงานเสวนา ‘นิธิ’ กับ 20 ปีให้หลัง ปาฐกถาว่าด้วยนาฬิกาและวัฒนธรรมไทย และ “ทัศนะวิพากษ์ - นิธิ เอียวศรีวงศ์ : กระฎุมพี การเมืองมวลชน และชุดพระราชทาน” ซึ่งเป็นผลงานของเว็บไซต์ประชาไทและนิตยสารฟ้าเดียวกัน 

โมงยามไม่ผันแปร เป็นสัจธรรมที่แทบไม่ต้องหาข้อพิสูจน์ เหมือนสภาวะทางการเมืองในตอนนี้ที่ถูกทวนเข็มและสุดท้ายก็จะต้องพบ “ความจริง” ว่าในที่สุด ว่าเวลาย่อมหมุนไปข้างหน้าเสมอ และคงไม่เกินไปนักที่อาจารย์นิธิจะเสนอความจริงที่ว่า 

ไม่มีใครในโลกจะทนอยู่ภายใต้ระบอบแห่งความน่าสะพรึงกลัวที่เผด็จการสถาปนาขึ้นได้ เว้นแต่ถูกกล่อมเกลาให้ชีวิตมีความหมายไม่มากกว่าการหายใจ