ตะกร้าสินค้า

คุณสามารถปรับเปลี่ยนจำนวนสินค้าจากรายการด้านล่างได้

สินค้า ราคา จำนวน ราคารวม
ไม่มีรายการสินค้าที่เลือกไว้

฿ 240.00

฿ 204.00

สินค้าหมด

ISBN978-974-02-1105-1
ปกหนังสืออ่อน
กระดาษกระดาษกรีนรีด
จำนวนหน้า328 หน้า
น้ำหนัก380.00 กรัม
กว้าง14.20 ซม.
สูง21.20 ซม.
หนา1.50 ซม.
พิมพ์ครั้งที่พิมพ์ครั้งแรก ; สำนักพิมพ์มติชน, มีนาคม 2556
สำนักพิมพ์สำนักพิมพ์มติชน

มนตราอาเซียน

ผู้เขียน : ธีรภาพ โลหิตกุล

หมดสต๊อก
แนะนำแหล่งท่องเที่ยว 8 มรดกโลก นครวัด-นครธม หลวงพระบาง พราหมณัน บรมพุทโธ บาหลี ปราสาทวัดพู ฮอยอัน เว้ และมหาบูชาสถานสำคัญแห่งอาเซียน อาทิ ชเวดากอง พระธาตุอินทร์แขวน ธาตุหลวงเวียงจันทน์ พระมหามัยมุนี เจดีย์เทียนหมุ สุสานจักรพรรดิเว้ ฯลฯ ในฐานะสื่อมวลชนสายงานสารคดี ผู้เขียนมีโอกาสไปสัมผัสวิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรมในประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มอินโดจีน คือ เวียดนาม ลาว กัมพูชา เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี เป็นต้นมา ส่วนใหญ่เป็นภาพสะท้อนอาการตื่นตะลึงของคนที่แทบไม่รู้จักเพื่อนบ้านของตนเอง และแทบไม่เชื่อว่า ดินแดนที่มีการสู้รับกันดุเดือดเลือดพล่านอย่างอินโดจีนจะเต็มไปด้วยร่องรอยอารยธรรมโบราณอันชวนอึ้ง อย่างมหาปราสาทนครวัด เปี่ยมด้วยสีสันวัฒนธรรมทรงเสน่ห์ อย่างเว้ หลวงพระบาง และดารดาษด้วยหมู่เจดีย์จากแรงศรัทธามหาศาลนับพันๆ องค์อย่างพุกาม

แนะนำแหล่งท่องเที่ยว 8 มรดกโลก นครวัด-นครธม หลวงพระบาง พราหมณัน บรมพุทโธ บาหลี ปราสาทวัดพู ฮอยอัน เว้ และมหาบูชาสถานสำคัญแห่งอาเซียน อาทิ ชเวดากอง พระธาตุอินทร์แขวน ธาตุหลวงเวียงจันทน์ พระมหามัยมุนี เจดีย์เทียนหมุ สุสานจักรพรรดิเว้ ฯลฯ

ในฐานะสื่อมวลชนสายงานสารคดี ผู้เขียนมีโอกาสไปสัมผัสวิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรมในประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มอินโดจีน คือ เวียดนาม ลาว กัมพูชา เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี เป็นต้นมา ส่วนใหญ่เป็นภาพสะท้อนอาการตื่นตะลึงของคนที่แทบไม่รู้จักเพื่อนบ้านของตนเอง และแทบไม่เชื่อว่า ดินแดนที่มีการสู้รับกันดุเดือดเลือดพล่านอย่างอินโดจีนจะเต็มไปด้วยร่องรอยอารยธรรมโบราณอันชวนอึ้ง อย่างมหาปราสาทนครวัด เปี่ยมด้วยสีสันวัฒนธรรมทรงเสน่ห์ อย่างเว้ หลวงพระบาง และดารดาษด้วยหมู่เจดีย์จากแรงศรัทธามหาศาลนับพันๆ องค์อย่างพุกาม

ทว่า เสร็จสิ้นงานสารคดีแล้ว การเดินทางของผู้เขียนนั้นยังไม่จบ จวบจนวันนี้ ผู้เขียนยังมีโอกาสเดินทางเข้า-ออกประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนเป็นระยะๆ ทั้งในฐานะนักเขียนสารคดีและช่างภาพอิสระ และวิทยากรผู้ให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่ก็ด้วย “อารมณ์” ที่แตกต่างจากการไปในยุคแรก จึงได้สัมผัสความเปลี่ยนแปลงในประเทศเพื่อนบ้านเป็นระยะๆ และนำประเด็นความเปลี่ยนแปลงมานำเสนอเป็นบทความสารคดี ตีพิมพ์ในนิตยสาร และหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ตลอดจนนำเสนอเป็นรายงานพิเศษในรายการวิทยุอุษาคเนย์ ทางคลื่นความคิด Fm 96.5 อสมท.

ครั้นเมื่อเกิดโครงการคัดสรรบทความสารคดีที่กระจัดกระจายในหลายสื่อดังกล่าวมารวมเป็นเล่มที่อยู่ในมือท่านเวลานี้ จึงตั้งชื่อหนังสือว่า “มนตราอาเซียน” เพื่อสะท้อนความจริงคือ ไม่ว่าอาเซียนจะเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีและเข็มนาฬิกาสักเพียงใด แต่รากของสังคมผสมผสาน และจิตวิญญาณแห่งพหุวัฒนธรรมที่หยั่งลึก ทำให้อาเซียนยังทรงเสน่ห์ ดั่งมีมนตรามัดตรึงใจผู้ไปเยือนไม่เสื่อมคลาย

เพราะนอกจากเนื้อหาจะเล่าเรื่องปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ของชาวอาเซียนหลายแห่งแล้ว ยังทำให้เราตระหนักได้ว่า การสัญจรรอนแรมไปในอาเซียน ทำให้มองเห็นความแตกต่างหลากหลาย ทั้งวัฒนธรรมการแต่งกาย การนับถือศาสนา ภาษา และอาหารการกิน ซึ่งมาตรฐานความสวย ความงาม ความอร่อย มิได้มีมาตรฐานเดียว...อย่างที่เราเคยเข้าใจ

การเรียนรู้ท่ามกลางการเดินทาง เปิดประตูใจให้ยอมรับความแตกต่างของชาวอาเซียน กระทั่งยอมรับว่า เราสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขได้ หากเคารพในความ “ไม่เหมือน” กันและกัน ซึ่งวันนี้คือหัวใจสำคัญองการสถาปนา “ประชาคมอาเซียน” ภายใต้คำขวัญ “Unity on Diversity”...เอกภาพบนความแตกต่างและหลากหลาย

นี่คือสาระสำคัญที่สุด ที่ผู้เขียนปรารถนาจะนำเสนอผ่านหนังสือเล่มนี้